เตรียมรับมือ...ภัยปิดเทอม


       ศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์   มูลนิธิกระจกเงา ในฐานะองค์กรพัฒนาเอกชน ที่มีบทบาทในภาคส่วนของการเป็นสื่อกลางในการให้คำปรึกษา  ประสานงาน  เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ เพื่อติดตามบุคคลสูญหาย  โดยในรอบปี พ.ศ. 2551  ได้เกิดสถานการณ์ล่อแหลมหลายประการ  และทางศูนย์ข้อมูลคนหาย  เชื่อว่า เหตุการณ์เหล่านั้น  จะกลับมาเกิดอีกครั้งในช่วงปิดเทอมของปี พ.ศ. 2552  

 

   เหตุการณ์แรก : ลักพาตัว

       การลักพาตัวเด็ก  ถือได้ว่า เป็นเหตุการณ์สำคัญ  ที่ได้รับความสนใจจากประชาชน  สื่อมวลชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก  โดยวัตถุประสงค์ในการลักพาตัว  สามารถแยกออกมาได้เป็น 3 ประเภทใหญ่  คือ  ขายเป็นบุตรบุญธรรม , บังคับใช้แรงงาน และนำเด็กไปกระทำทางเพศ  ซึ่งเหตุการณ์นี้  สามารถเกิดได้ในพื้นที่ซึ่งเป็นแหล่งชุมชนเมืองขนาดใหญ่ หรือ ตามสถานที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว  อาทิเช่น  กรุงเทพมหานคร , ชลบุรี , เชียงใหม่  หรือ ขอนแก่น  ทั้งยัง รวมถึงสถานที่ที่มีการจัดงานรื่นเริงประจำปี
 ซึ่งวิธีการของมิจฉาชีพกลุ่มนี้  คือ  การเข้ามาตีสนิทกับเด็ก  ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของตน  และจะชักชวน   โดยการนำสิ่งของ หรือสิ่งตอบแทนมาหลอกล่อเด็ก  เพื่อให้ยอมตามไปกับตน  เช่น  ขนม  หรือของเล่น  เป็นต้น   แต่ในบางกรณี จะแอบอ้างว่า ตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเด็กเป็นผู้ต้องสงสัย ที่ตนกำลังจะนำตัวไปสอบสวน  จึงเป็นเหตุทำให้เด็กยอมตามไปโดยดี

 เหตุการณ์ที่สอง:ล่อลวงเพื่อทางเพศ
  
       ในรอบปี พ.ศ. 2551  ทางศูนย์ข้อมูลคนหายฯ  ได้รับแจ้งเหตุในกรณีดังกล่าวถึง  133 คน  และทุกกรณีที่เกิดขึ้นล้วนแต่เป็นเด็กหญิงทั้งหมด   โดยมีอายุเฉลี่ยเพียง 14 ปี เท่านั้น  ทั้งนี้  เด็กหญิงส่วนใหญ่  จะรู้จักกับบุคคลแปลกหน้า จากหลายหลายช่องทาง อาทิเช่น จากเพื่อน , จากโทรศัพท์ หรือ จากอินเทอร์เน็ต เป็นต้น  ซึ่งหลังจากที่ได้มีการทำความรู้จัก   โดยการพูดคุยกันแล้ว  ก็จะมีการนัดเจอกัน  เพื่อสานสัมพันธ์กันต่อไป  และบทสรุป ของเด็กหญิงเหล่านี้  ไม่พ้นเรื่องของการมีเพศสัมพันธ์ก่อนที่จะถูกชักชวนให้ออกไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง  ทั้งนี้  ข้อสังเกตในรอบปีที่ผ่านมา  คือ  อายุของเด็กที่ถูกล่อลวงเพื่อทางเพศมีอายุต่ำสุด เพียง 12 ปี และด้วยอายุที่น้อย รวมถึงขาดประสบการณ์ในเรื่องของการมีเพศสัมพันธ์ จึงเป็นเหตุให้เด็กหญิงส่วนหนึ่ง ติดโรคจากการมีเพศสัมพันธ์   สำหรับกรณีที่กลายเป็นคุณแม่วัยเยาว์ นั้น  เด็กจะเลือกการทำแท้ง เพื่อเป็นทางออกของปัญหา

 

 

เหตุการณ์ที่สาม : .ติดแชททาง Internet  /  ติดเกมส์
 
       สืบเนื่องจากปัจจุบัน  เด็กส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศได้โดยง่าย   จึงทำให้มีมิจฉาชีพส่วนหนึ่งที่อาศัยช่องทางนี้ มาล่อลวงเด็กถึงในห้องนอน   โดยใช้โปรแกรม MSN , hi5 หรือเกมออนไลน์  เป็นสื่อกลาง  ในการติดต่อสื่อสารกัน  และยิ่งตอนนี้เป็นช่วงปิดเทอม  เป็นช่วงเวลาที่เด็กมีเวลาในการทำกิจกรรมอยู่หน้าคอมพิวเตอร์มากขึ้น     และด้วยความที่เด็กยังไม่อาจแยกแยะ "โลกออนไลน์" กับ "โลกแห่งความเป็นจริง"  ได้  ทำให้เด็กกลุ่มนี้  คิดว่า โลกออนไลน์ที่ตนกำลังเล่นอยู่นั้น  คือ ชีวิตจริงของตน  ทำให้เด็ก   กลายเป็นเด็กหมกหมุ่นติดอยู่ในโลกออนไลน์  ไม่สนใจสิ่งแวดล้อมรอบตัว ตัดขาดจากโลกภายนอก   จึงไม่แปลกที่เด็กจะรู้สึกผูกพันกับคนแปลกหน้าที่ตนได้พูดคุยกันในโลกออนไลน์มากกว่าคนในครอบครัว 
 ซึ่งจากการทำงานของศูนย์ข้อมูลคนหายฯ  พบว่า  เด็กส่วนใหญ่ที่เข้าไปใช้บริการโปรแกรม MSN หรือ hi5 เกิดจากความเหงา และต้องการหาเพื่อนคุย

   ซึ่งเด็กส่วนใหญ่จะเลือกคุยกับเพศตรงข้าม  ที่หน้าดี  เพราะรู้สึกว่า อาจมีการสานสัมพันธ์จนกลายไปเป็นคนรักได้

เหตุการณ์ที่สี่:สมัครใจ 
  
       นับว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ  เพราะช่วงปี พ.ศ.2551  ปรากฏว่า  มีเด็กหญิงและเด็กชาย  ถึง 75 รายด้วยกัน  ที่ตัดสินใจเดินออกจากบ้าน จากครอบครัวที่อบอุ่น  เพียงเพราะรู้สึกกดดันเวลาอยู่กับครอบครัว , ไม่อยากไปเรียน  หรือแม้กระทั่งอยากออกไปใช้ชีวิตอิสระแบบเพื่อนๆ ของตน  ซึ่งการตัดสินใจเช่นนี้ ล้วนไม่ได้รับความเห็นชอบจากผู้ปกครอง  ทำให้เมื่อออกมาเด็กเหล่านี้ ต้องทำงานหารายได้มาเลี้ยงดูตนเอง  แต่ด้วยความที่เด็กอายุน้อย  ทั้งไม่สามารถเลือกงานได้  จึงมีความเสี่ยงสูงที่เด็กเหล่านี้จะถูกชักชวนให้เข้าไปสู่กระบวนการของเพศ

       จากเหตุการณ์ทั้ง 4  เหตุการณ์  ในข้างต้น   ศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์  มูลนิธิกระจกเงา ขอเสนอมาตรการป้องกันเด็กหายช่วงปิดเทอม ดังนี้

       1. ผู้ปกครองต้องทำตัวเป็นนักสืบ คอยสังเกตพฤติกรรม ของบุตรหลาน ว่า มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปจากเดิมมากน้อยเพียงใด เพื่อตรวจสอบว่า บุตรหลานของตนจะมีความเสี่ยงในการหายตัวออกจากบ้านหรือไม่ ทั้งจะทำให้ทราบว่า บุตรหลานของตนกำลังคบหาเพื่อนคนใดบ้าง

       2. ผู้ปกครองต้องทำตัวเป็นนักเรียน ที่พร้อมจะเรียนรู้กิจกรรมยามว่างของบุตรหลาน  เพื่อที่จะได้ทราบว่า บุตรหลานของตนกำลังทำอะไรอยู่ ทั้งยัง ทำให้ผู้ปกครองสามารถบอกข้อดี-ข้อเสีย ของกิจกรรมที่บุตรหลานกำลังทำอยู่ได้

       3. ผู้ปกครองต้องทำตัวเป็นเพื่อน  ที่พร้อมจะพูดคุยกับบุตรหลานได้ทุกเรื่อง รวมถึง  พร้อมที่จะลุยทำกิจกรรมต่างๆ ที่ บุตรหลานชอบ และผู้ปกครองสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้  ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้จะทำให้ความสัมพันธ์ของครอบครัวแนบแน่นขึ้น  ทั้งยัง ทำให้เด็กรู้สึกเปิดใจกับครอบครัว จนทำให้รู้สึกสะดวกใจที่จะพูดคุยทุกๆ เรื่อง

       4.  ภาครัฐต้องจัดกิจกรรมให้เด็กในช่วงปิดเทอม อาทิเช่น จัดให้มีการเปิดออบรม หรือ การจัดหางานพิเศษ  เพื่อให้เด็กๆ ได้มีรายได้พิเศษในช่วงปิดเทอม  ทั้งนี้ กิจกรรมเล่านี้ ส่วนใหญ่จะถูกจัดขึ้นในเขตกรุงเทพมหานคร หรือตามจังหวัดใหญ่ๆ เป็นเหตุให้มีเด็กอีกจำนวนหนึ่ง  ขาดโอกาสตรงจุดนี้ไป  จึงอาจต้องมีนโยบายให้แต่ละจังหวัดเป็นผู้จัดกิจกรรมรองรับสำหรับเด็กๆ ช่วงปิดเทอมด้วย

       หากเราไม่ตระหนักว่า ปัญหาเด็กหายเป็นเรื่องสำคัญ  แต่กลับมองว่า เป็นความเคยชิน ปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไป เปรียบเสมือนสายลมที่พัดผ่านตัวเราไปตลอดเวลา  ระวัง !!!  ครอบครัวคุณอาจเป็นรายต่อไปที่ ฝันร้าย เช่นนี้ จะมาเยือน...


นางสาวธิติมา  หมีปาน
หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ 
มูลนิธิกระจกเงา


อ่าน 1 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting


 รัฐกับการรับมือเหตุลักพาตัวเด็ก
 ถอดรหัส ลักพาตัวเด็กในโรงพยาบาล
  คนหายที่แจ้งรัฐ...ยังไม่สามารถติดตามได้ในขณะนี้
 ถอดบทเรียนกรณีลักพาตัวเด็กในประเทศไทย